



ศูนย์รวมศรัทธาไทย-จีนที่เหนียวแน่นซึ่งประชาชนทั่วไปมักเรียกศาลนี้ว่า ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์- เจ้าแม่ทับทิม หรือศาลเจ้าพ่อแควใหญ่ โดยตัวศาลเจ้านั้นตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามตลาดปากน้ำโพ ย้อนรอยเรื่องราว ไม่มีประวัติความเป็นมาแน่ชัดถึงการสร้างศาลเจ้าแห่งนี้ รวมทั้งไม่ปรากฏชื่อว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง แต่จากหลักฐานระฆังโบราณ ได้พบจารึกเป็นภาษาจีนว่า นายหงเปียว แซ่พู่ แห่งหมู่บ้านเคอเจี้ยซัน อำเภอวุ้นอี้ (ปัจจุบัน คือ วุ้นซ้ง) มลฑลไหหลำ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ข้ามน้ำข้ามทะเลมามามอบระฆังใบนี้ ในปี ค.ศ.1870 ซึ่งตรงกับปี พ.ศ. 2413 อันเป็นต้นรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 นั่นก็เท่ากับว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีอายุมากกว่า 130 ปีแล้ว ทั้งนี้ จากคำบอกเล่าและภาพถ่ายพี่พอรวบรวมได้นั้น เชื่อว่าแต่เดิมเป็นศาลไม้ใต้ถุนสูงตั้งอยู่ริมตลิ่งบริเวณต้นน้ำเจ้าพระยาซึ่งในอดีตเป็นแหลมยื่นออกไป จากนั้นตลิ่งได้ถูกกัดเซาะพังทลายทีละน้อย อีกทั้งสภาพศาลเจ้ายังทรุดโทรม ชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธาจึงได้ร่วมกันสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งจากป้ายภาษาจีนกลางศาลเขียนไว้ว่า โควกงเมี้ยว ซึ่ง บอกว่า ได้มีการสร้างศาลใหม่ โดยระบุปี ค.ศ. 1999 ตรงกับปี พ.ศ. 2452 และการสร้างศาลขึ้นใหม่ครั้งนั้นได้รวมเอาศาลเจ้าพ่อกวนอู ที่ตั้งอยู่ตอนใต้บริเวณใกล้เคียงมารวมไว้ด้วย ต่อมาคณะกรรมการของศาลเจ้าแห่งนี้ได้บูรณะเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน น่าชมภายใน ศาลเจ้าแห่งนี้นั้น ยังคงโครงสร้างเป็นปูน ตอนกลางเป็นอาคารไม้ดั้งเดิม ภายในนอกจากแท่นบูชาเทพยาฟ้าดินแล้ว ยังมีที่ประดิษฐานองค์เทพเจ้าบ๊นเถ่ากง ด้านขวาเป็นเทพเจ้ากวนอู ด้านซ้ายประดิษฐานเจ้าแม่ทับทิม ที่มีผู้คนเดินทางมากราบไหว้ขอพรบารมีจากเจ้าแม่ให้คุ้มครอง และขอให้มีโชคลาภตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในเทศกาลตรุษจีนจะมีการอัญเชิญองค์เทพเจ้าแห่รอบตลาดปากน้ำโพ เพื่อให้ประชาชนสักการะบูชาซึ่งมีการจัดขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ทุก ๆ ปี นอกจากนี้ยังมีการจัดพิธีลุยไฟ การแสดงปาฏิหาริย์จากเทพเจ้าในร่างม้าทรงให้นักท่องเที่ยวชมกันอย่างน่าตื่นตาตื่นใจอีกด้วย เปิดให้บริการเวลา 05.00-19.00 น.