เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
“ศุภาลัย”ลุยเต็มสูบขยายพอร์ตอสังหาฯต่างหวัด เปิดหน้าดินพัฒนาโครงการหมู่บ้านกลิ่นอายสไตล์อิตาลี กับโครงการ “ศุภาลัย ทัสคานี วัลเล่ย์” คาดพัฒนาเต็มทั้ง 165 ไร่ กว่า 4,000 ล้านบาท กางแผนปักหมุดโครงการเพิ่มในจ.ลำพูน นครสวรรค์ พิษณุโลก ฉะเชิงเทรา และนครปฐม ลั่นยอดขายปีนี้ทะลุเป้า 12,000 ล้านบาท มีสัดส่วนสูงกว่าร้อยละ 40 ของเป้ายอดขายรวมปี 65
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หนึ่งในดีเวลลอปเปอร์ ที่มีการรุกและขยายการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ในตลาดต่างจังหวัดมาอย่างต่อเนื่องและมากที่สุด ทั้งผ่านบริษัทในเครือและการลงทุนโดยตรงจากส่วนกลาง ส่งผลให้ปัจจุบัน ศุภาลัยได้ปักหมุดโครงการต่างๆทั้งโครงการคอนโดมิเนียม โครงการแนวราบ โรงแรมและวิลล่ากว่า 20 จังหวัด (รวมจังหวัดปริมณฑล) ส่วนใหญ่จะยึดในหัวเมืองหลักและเมืองรองที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ
“จังหวัดที่เราคิดว่าจะทำยอดขายได้ดีในปีนี้ และเป็น 5 จังหวัดที่เป็นจังหวัดนำในการสร้างยอดขาย โดย ภูเก็ต จะเป็นจังหวัดต้นๆที่น่าจะทำยอดขายได้ 1,000 ล้านบาท แต่ไม่ดีกว่าภาวะปกติ ตามสภาวะของตลาดอสังหาฯและเรื่องโควิด ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ ก็ยังติดโผในท็อปไฟว์ รองลงมาเป็น จังหวัดชลบุรี ระยอง และสงขลา” ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริษัท ศุภาลัยฯ กล่าวระหว่างเปิดโครงการเมกะโปรเจกต์ ‘ศุภาลัย ทัสคานี วัลเล่ย์’ หมู่บ้านขนาดใหญ่บนทำเลดัง อ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ บนพื้นที่กว่า 165 ไร่ (ที่จัดซื้อมารวม 2 ปี) หากพัฒนาครบทั้งโครงการจะมีมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท เป็นโครงการที่มีมูลค่าสูงที่เคยพัฒนามาในจังหวัดเชียงใหม่
“โครงการนี้ เป็นการออกแบบพิเศษจากบริษัท เนื่องจากทำเลที่ดินมีวิวเทือกเขาโอบล้อมคล้ายกับแคว้นทัสคานีในอิตาลี ทำให้เลือกออกแบบในสไตล์อิตาลีที่เข้ากับภูมิประเทศ ประกอบกับราคาขายของโครงการนี้ เป็นราคาต้นทุนเดิม ซึ่งเมื่อเทียบกับโครงการของศุภาลัยในกรุงเทพฯจะต่างกันประมาณ 1-3 ล้านบาท “ดร.ประทีป กล่าว
สำหรับโครงการศุภาลัย ทัสคานี วัลเล่ย์ แบ่งที่ดินพัฒนาออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1)โครงการศุภาลัย เบลล่า ดอนแก้ว-แม่ริม บ้านแฝดและบ้านเดี่ยว พื้นที่ 38 ไร่ แบ่งแปลง 218 แปลง ราคาบ้านแฝดเริ่ม 3.4 ล้านบาท ราคาบ้านเดี่ยวเริ่ม 4.3 ล้านบาท เปิดขายเมื่อช่วงต้นปี 2565
2)โครงการศุภาลัย ทัสคานี ดอนแก้ว-แม่ริม บ้านเดี่ยว 2-3 ชั้น พื้นที่ 92 ไร่ แบ่งแปลง 370 แปลง ราคาเริ่ม 4.99-16 ล้านบาท เตรียมเปิดขายวันที่ 28-29 พ.ค. 2565
3)พื้นที่โครงการในอนาคต เนื้อที่ประมาณ 30-40 ไร่ ทั้งนี้ มีพื้นที่ส่วนกลางบริเวณคลับเฮาส์และสระว่ายน้ำอยู่ประมาณ 2 ไร่
ดร.ประทีป กล่าวว่า ทางโครงการได้ดึงผู้นำในธุรกิจรีเทล “กาดฝรั่ง” มาร่วมกันพัฒนาพื้นที่ช้อปปิ้งบริเวณด้านหน้าโครงการจะก่อสร้างบูทีค ไลฟ์สไตล์ มอลล์ “เดอะ กาดฝรั่ง แม่ริม” โดยเป็นสาขา 2 ของกาดฝรั่ง หลังจากประสบความสำเร็จในสาขาแรกที่กาดฝรั่ง วิลเลจ หางดง
นอกจากนี้ ศุภาลัย ยังเตรียมนำที่ดินสะสมในตลาดจังหวัด มาพัฒนารองรับความต้องการของลูกค้า ซึ่งจะมีความเคลื่อนไหวในปีนี้ ได้แก่ จังหวัดลำพูน เปิดโครงการครึ่งหลังของปี 65 แต่จะเริ่มการขายในต้นปี66 ,จังหวัดนครสวรรค์จะเริ่มสร้างโครงการใหม่ , จังหวัดพิษณุโลกจะเติมโครงการใหม่เข้าไปในตลาด ,จังหวัดฉะเชิงเทรา แม้เป็นจังหวัดขนาดกลาง แต่อยู่ในโซนความเจริญเติบโตในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) อยู่ระหว่างนำที่ดิน 2 แปลงมาพัฒนาและพิจารณาเพิ่มเติมอีก 1 แปลง และจังหวัดนครปฐม ได้จัดซื้อที่ดินมาแล้ว 2 แปลง และจัดหาเพิ่มอีก 2 แปลง
“ปี 2565 จะเห็นได้ชัดถึงความสำคัญของตลาดภูมิภาคต่อการเติบโตของบริษัท เนื่องจากจะมีการเปิดตัวโครงการต่างจังหวัดมากกว่าในกรุงเทพฯ รวมถึงยอดขายจากต่างจังหวัดจากเฉลี่ยปีละ 10,000 ล้านบาท ปีนี้ คาดจะทะลุ 12,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ43 ของเป้ายอดขายรวมปี 2565 ของศุภาลัย “นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัยฯกล่าวให้ความเห็นถึงความสำเร็จของการทำโครงการที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัด
อย่างไรก็ดี นายไตรเตชะ ก็ให้มุมมองว่า อสังหาฯในตลาดต่างจังหวัดก็ไม่ง่าย “เรามาจังหวัดเชียงใหม่ มองเห็นศักยภาพ มีการลงทุนต่อเนื่องเปิดสะสมมาแล้ว 15 โครงการ ไม่ใช่ตีหัวเข้าบ้าน เราร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งกับผู้ประกอบการท้องถิ่น ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง ในการมองหาโอกาสทำธุรกิจร่วมกัน การดูแลชุมชน ประสบการณ์ที่เราเจอมา โครงการแรกๆเรียกว่า เลือดสาด แต่เข้าสู่โปรเจกต์ที่2จนไปถึงโครงการที่20 จะเริ่มมี Profit แต่ก็มีบางจังหวัดที่เรามองว่า ดีเวลลอปเปอร์ท้องถิ่นมีความแข็งแกร่งมาก เช่น ในจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น รวมถึงจังหวัดชลบุรี ส่วนที่ภูเก็ต เราทำได้ดี กว่าครึ่งของโครงการที่อยู่อาศัยที่มีการโอนกับสำนักงานที่ดินภูเก็ต จะเป็นลูกค้าของศุภาลัย”นายไตรเตชะ กล่าวและว่า
โครงการที่เชียงใหม่ล่าสุด ศุภาลัย ทัสคานี วัลเล่ย์ มียอดจองโครงการแล้ว 200 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการศุภาลัย ทัสคานี ดอนแก้ว-แม่ริม บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ มีกลุ่มลูกค้าจากกรุงเทพฯเข้ามาซื้อเพื่อเป็นหลังที่สอง เชื่อว่าโครงการนี้อาจมีลูกค้าจาก กรุงเทพฯมากถึงร้อยละ50ของยอดขาย จากปกติจะมีสัดส่วนร้อยละ10-15
ดร.ประทีป กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่เราต้องจับตามองในครึ่งหลังของปี 65 ว่า “มีทั้งเรื่อง วิกฤตสงครามรัสเซียและยูเครน มีผลกระทบแน่นอน ราคาเหล็กที่ปรับไปมากกว่าร้อยละ 10 ค่าขนส่งขึ้นเยอะ ราคาที่ดินขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ เช่นเดียวกับอัตราดอกเบี้ย ซึ่งบ้านต้นทุนใหม่ต้องขยับขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการให้ดี”.