เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
อุทัยธานี – “มนัญญา-รมช.เกษตรฯ” เร่งลงพื้นที่กำชับ จนท.สกัดโรคลัมปีสกิน ลามติดสัตว์ป่าห้วยหาแข้ง หลังกล้อง CCTV จับภาพพบ “ฝูงวัวแดง เขตห้ามล่าฯ” ขึ้นตุ่มแล้วอย่างน้อย 9 ตัว ย้ำห้ามเกษตรนำสัตว์เลี้ยงเข้าใต้ป่ากันชน
วันนี้(18 ก.ค.64) นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปีสกิน ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา – ห้วยระบำ ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
หลังได้รับรายงานว่าจากการตรวจสอบภาพกล้อง CCTV ที่ติดไว้ทั้งหมด 85 ตัว ครอบคุมพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดังกล่าวกว่า 16,500 ไร่ พบวัวแดง 9 ตัว มีความเสี่ยงและมีลักษณะเป็นตุ่มขึ้นตามตัวคล้ายกับโรคลัมปีสกิน ซึ่งกำลังมีการระบาดกับโค – กระบือ อยู่ในขณะนี้
โดยมีนายนายพีระพล ตัณฑโอภาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นายธนิต หนูยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 จังหวัดนครสวรรค์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วย เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ติดเขตป่ากันชนห้วยขาแข้ง ให้การต้อนรับ
เจ้าหน้าที่ระบุว่าวัวแดงอย่างน้อย 9 ตัว เป็นตัวไม่เต็มวัย 6 ตัว และตัวเต็มวัย 3 ตัว มีความเสี่ยงและมีลักษณะเป็นตุ่มขึ้นตามตัวคล้ายกับโรคลัมปีสกิน ที่กำลังระบาดกับโค – กระบือ หลายพื้นที่ ซึ่งการแพร่เชื้อเกิดจากยุง และแมลงที่กัดโค- กระบือ ที่เป็นโรค และยุงแมลงมีรัศมีที่สามารถบินเข้าไปกัดวัวแดงได้ในระยะไกลถึง 50 กิโลเมตร ทำให้สถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วงว่าจะมีการลุกลามขยายวงกว้างออกไปอีก
โอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ ได้เน้นย้ำให้กับปศุสัตว์จังหวัด และปศุสัตว์อำเภอทุกแห่ง ร่วมกับส่วนราชการของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช เร่งวางแผนป้องกันให้เกิดโรคนี้ให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะไม่ให้เกษตรกรนำโค – กระบือมาเลี้ยงใกล้รัศมีของเขตป่ากันชนอย่างเด็ดขาด
พร้อมกันนี้นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังนำวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกิน ที่จัดสรรมาเพิ่มให้อีก 1,500 โดส มอบให้ปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี เพื่อเร่งฉีดให้กับโค – กระบือ ของเกษตรกรที่เลี้ยงไว้ในเขตป่ากันชนห้วยขาแข้งทั้ง 3 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอลานสัก อำเภอห้วยคต และอำเภอบ้านไร่ เพื่อป้องกันโรคลัมปีสกิน ไม่ให้แพร่กระจายการระบาดของโรคในสัตว์ป่าชนิดต่างๆในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ห้วยขาแข้ง นอกจากนี้ยังได้มอบเวชภัณฑ์ และแร่ธาตุอาหารให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค – กระ บือ อีกด้วย
จากนั้นนางสาวมนัญญา พร้อมคณะได้ลงพื้นที่ตรวจแนวป่าห้วยขาแข้งระยะทาง 5 กิโลเมตร เพื่อตรวจดูการเลี้ยงโค – กระบือ ว่าเข้าใกล้เขตรัศมีที่ห้ามเอาไว้หรือไม่ ซึ่งหลังการตรวจไม่พบว่ามีการนำโค – กระบือ มาเลี้ยงในจุดต้องห้ามแต่อย่างใด และยังได้นำเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ และเจ้าหน้าจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ฉีดพ่นน้ำส้มควันไม้ฆ่าแมลงซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อโรคลัมปีสกิน ตามเขตป่ากันชนด้วย รวมทั้งจะมีการฉีดพ่นยาดังกล่าวให้ครอบคุมพื้นที่ต่อไป







